ศึกในตำนาน! ย้อนรอย 5 เกม “เอล กลาซิโก้” ตัดสินแชมป์ ลา ลีกา

ไปย้อนอดีต 5 เกมประวัติศาสตร์ศึก “เอล กลาซิโก้” แห่งเวที ลา ลีกา ของคู่ปรับตลอดกาลที่อาจมีผลต่อการตัดสินแชมป์ลีกแดนกระทิงดุ

ลา ลีกา

บาร์เซโลน่า 3-1 เรอัล มาดริด (มีนาคม 1960)
ก่อนบุกเยือนคัมป์ นู “ราชันชุดขาว” มีแต้มนำบาร์ซ่าอยู่ 2 คะแนนในช่วงกลางเดือนมีนาคม เกมนี้ถูกบาร์ซ่า ขึ้นนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจากแซนเดอร์ โคซิส แต่อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ยอดนักเตะในยุคนั้นก็ตามตีเสมอในอีก 8 นาทีถัดมา
ดูเหมือนเรอัลจะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ ทว่าเจ้าบ้านสร้างความมหัศจรรย์ ยิง 2 ประตู ในช่วงเวลา 2 นาที จากผลงานของ อูโลจิโอ้ มาร์ติเนซ และราม่อน บียาเบอร์เด้ และจบฤดูกาลนั้น “เจ้าบุญทุ่ม” เป็นฝ่ายที่ได้ชูโทรฟี่ลีกสูงสุดแถมเป็นการป้องกันแชมป์อีกต่างหาก ด้วยการมีแต้มมากกว่าคู่ปรับ 2 คะแนน

เรอัล มาดริด 0-1 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 1994)
ในฤดูกาล 1993-94 เรอัล ลงเล่นเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลพบกับผู้มาเยือนจากคาตาลัน และถึงแม้ทีมชุดขาวจะไม่มีลุ้นแชมป์ลีกแต่หวังจะใช้นัดนี้ ขัดขวางไม่ให้ทีมคู่ปรับตลอดชาติก้าวไปคว้าแชมป์ เจ้าบ้านพยายามสุดชีวิตแล้ว แต่แฟนๆ มาดรินิสต้า ก็ต้องเงียบกริบเมื่อ กิลแลร์โม อามอร์ ยิงประตูชัยแล้วเจ้าตัวถึงขั้นลงไปนอนสะใจหลังทำประตูได้ บาร์ซ่าเก็บ 3 แต้ม สำเร็จ ยังได้ลุ้นแชมป์กับเดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ในนัดสุดท้ายซึ่งในเกมปิดซีซั่น “เจ้าบุญทุ่ม” ยิง 4 ลูกรวด แซงชนะเซบีญ่า 5-2 ขณะที่ลา คอรุนญ่า ได้แค่เจ๊าบาเลนเซีย 0-0 ทำให้บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ลีก 4 ปีซ้อน ด้วยกฏเฮด-ทู- เฮด ที่เหนือกว่า “ซูเปอร์เดปอร์”

เรอัล มาดริด 2-6 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 2009)
ทั้งคู่พบกันในนัดที่ 34 ของฤดูกาล 2008-09 บาร์ซ่า มีคะแนนนำอยู่ 4 แต้มก่อนลงเตะ “เอล กลาซิโก้” ซึ่งเรอัล ต้องพยายามเอาชนะให้ได้เพื่อให้การลุ้นแชมป์สนุกมากยิ่งขึ้นทว่าเกมนี้ ไม่ใช่วันของสาวกมาดรินิสต้าอย่างแท้จริงนักเตะบาร์ซ่าชุดนั้น มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีมเป็นซีซั่นแรก แข็งแกร่งสุดๆ บุกมายิงเจ้าของบ้านไส้แตกถึงครึ่งโหล ทำให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ฉีกหนีเป็น 7 คะแนน และเหลือโปรแกรมอีก 4 นัด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ทีมของกวาร์ดิโอล่า เก็บได้แค่ 2 แต้ม จาก 4 นัด แต่เรอัล มาดริด ห่วยยิ่งกว่า แพ้มันทั้งหมด ส่งผลให้บาร์เซโลน่าทวงแชมป์คืนจากเรอัล มาดริด ได้สำเร็จ แถมคว้า “เทรบเบิล” เป็นสโมสรแรกของประเทศอีกด้วย

เรอัล มาดริด 0-2 บาร์เซโลน่า (เมษายน 2010)
หลังต้องทนเห็นคู่อริ เถลิง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด จ่ายเงิน 200 ล้านยูโร ดึงนักเตะซุป’ ตาร์อย่างคริสติอาโน่ โรนัลโด้, ริคาร์โด้ กาก้า, คาริม เบนเซม่า และซาบี อลอนโซ่ มาร่วมทีมเกมกลาซิโก้ ยกสอง ในซีซั่น 2009-10 “ราชันชุดขาว” พยายามยิงประตู “เจ้าบุญทุ่ม” หลายครั้ง แต่เจาะอย่างไรก็ไม่เข้าเลยโดนลิโอเนล เมสซี่ และเปโดร โรดริเกซ ยิงคนละลูก แพ้คาบ้านอีกครั้งจากความพ่ายแพ้ในนัดสำคัญนี่แหละ ทำให้บาร์เซโลน่าพลิกกลับมามีคะแนนมากกว่าเรอัล มาดริด 3 แต้มและสามารถรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้จนปิดซีซั่น ป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง

บาร์เซโลน่า 1-2 เรอัล มาดริด (เมษายน 2012)
หลังจากปล่อยให้คู่ปรับไม่เผาผี ครองแชมป์ลา ลีกา มา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน คราวนี้เป็นทีของเรอัล มาดริด เอาคืนบ้าง ในยุคของโจเซ่มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมาดกวนก่อนหน้านี้ โค้ช 3 คนของ “ราชันชุดขาว” ไม่สามารถพาทีมเอาชนะ “เจ้าบุญทุ่ม” ยุคของเป๊ปได้เลย จนกระทั่งการมาของกุนซือชาวโปรตุกีสก็สามารถหยุดสถิติเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ ในเดือนเมษายน และนำห่าง 4 แต้มกับอีก 4 นัดที่เหลือ สุดท้ายไม่มีอะไรพลิกผัน เรอัล มาดริดทวงแชมป์ลาลีกากลับคืนมาได้สำเร็จ ยิงกระจายถึง 121 ประตูและเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ลาลีกา ที่เก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เส้นทางแชมป์! ย้อนรอยส่องอันดับแชมป์สูงสุดของลีก ลา ลีกา

ปรีเมราดีบีซีออนเดเอสปาญา (สเปน: Primera División de España) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ลา ลีกา (La Liga) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพลีกสูงสุดในประเทศสเปน

ลา ลีกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรปใกล้เคียงกับเซเรียอาของประเทศอิตาลี และ พรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

ลา ลีกา

ลาลีกาจะเริ่มแข่งขันในเดือนกันยายนไปถึงเดือนเมษายนของปีถัดไปทีมชนะเลิศในแต่ละปีจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วยซูเปร์โกปาเดเอสปาญากับทีมที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์ ทีมที่อันดับดีที่สุด 4 ทีมจะได้รับสิทธิ์แข่งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

มีสโมสรฟุตบอลเพียง 9 แห่งที่เคยคว้าแชมป์ลาลีกาโดยทีมที่ชนะเลิศจำนวนครั้งมากที่สุดคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด 32 ครั้ง และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 21 ครั้ง ทีมแชมป์ล่าสุดในฤดูกาล 2012/2013 คือสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า โดยสามารถทำคะแนนได้ถึง 100 คะแนนเมื่อจบฤดูกาลได้เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ทีมชนะเลิศ
ปี ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ที่ 3
1929 บาร์เซโลนา มาดริด แอทเลติกบิลบาโอ
1929–30 แอทเลติกบิลบาโอ บาร์เซโลนา อารีนัสคลับ
1930–31 แอทเลติกบิลบาโอ ราซิงเดซานตันเดร์ เรอัลเซเซียดัด
1931–32 มาดริด แอทเลติกบิลบาโอ บาร์เซโลนา
1932–33 มาดริด แอทเลติกบิลบาโอ เอสปันยอล
1933–34 แอทเลติกบิลบาโอ มาดริด ราซิงเดซานตันเดร์
1934–35 เบติสบาลอมปีเอ มาดริด โอเบียโด
1935–36 แอทเลติกบิลบาโอ มาดริด โอเบียโด
1936–39 งดการแข่งขันเนื่องจาก สงครามกลางเมืองสเปน
1939–40 อัตเลตีโกอาเบียซีออน เซบียา แอทเลติกบิลบาโอ
1940–41 อัตเลตีโกอาเบียซีออน แอทเลติกบิลบาโอ บาเลนเซีย
1941–42 บาเลนเซีย เรอัลมาดริด อัตเลตีโกอาเบียซีออน
1942–43 แอทเลติกบิลบาโอ เซบียา บาร์เซโลนา
1943–44 บาเลนเซีย อัตเลตีโกอาเบียซีออน เซบียา
1944–45 บาร์เซโลนา เรอัลมาดริด อัตเลตีโกอาเบียซีออน
1945–46 เซบียา บาร์เซโลนา แอทเลติกบิลบาโอ
1946–47 บาเลนเซีย แอทเลติกบิลบาโอ อัตเลตีโกอาเบียซีออน
1947–48 บาร์เซโลนา บาเลนเซีย อัตเลตีโกมาดริด
1948–49 บาร์เซโลนา บาเลนเซีย เรอัลมาดริด
1949–50 อัตเลตีโกมาดริด เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา บาเลนเซีย
1950–51 อัตเลตีโกมาดริด เซบียา บาเลนเซีย
1951–52 บาร์เซโลนา แอทเลติกบิลบาโอ เรอัลมาดริด
1952–53 บาร์เซโลนา บาเลนเซีย เรอัลมาดริด
1953–54 เรอัลมาดริด บาร์เซโลนา บาเลนเซีย
1954–55 เรอัลมาดริด บาร์เซโลนา แอทเลติกบิลบาโอ
1955–56 แอทเลติกบิลบาโอ บาร์เซโลนา เรอัลมาดริด
1956–57 เรอัลมาดริด เซบียา บาร์เซโลนา
1957–58 เรอัลมาดริด อัตเลตีโกมาดริด บาร์เซโลนา
1958–59 บาร์เซโลนา เรอัลมาดริด แอทเลติกบิลบาโอ
1959–60 บาร์เซโลนา เรอัลมาดริด แอทเลติกบิล

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ตกขบวน! ย้อนรอย ตราหมี หมดลุ้นแชมป์ บาร์ซ่า วัด ชุดขาว ชิงแชมป์ ลา ลีกา

ย้อนรอยศึ การลุ้นแชมป์ศึก ลา ลีกา สเปน 2015-16 ใกล้จะได้บทสรุปเต็มทีซึ่งเป็นการแย่งชิงกันระหว่างสองทีมคู่รักคู่แค้นอย่าง บาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล

การแข่งขันศึก ลา ลีกา ลีกสูงสุดแห่ง “แดนกระทิงดุ” นัดที่ 37 ของฤดูกาลที่ลงเล่นพร้อมกันทุกคู่เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมาผลปรากฏว่า แอตเลติโก้ มาดริด พลาดท่าบุกไปพ่ายให้กับทีมบ๊วยอย่างเลบันเต้ 1-2 โดยถูกเจ้าบ้านยิงประตูชัยในนาทีสุดท้ายของเกมส่งผลให้ “ตราหมี” ตกขบวนการลุ้นแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ลา ลีกา

ส่วนทางด้าน เรอัล มาดริด สามารถเก็บสามคะแนนสำคัญด้วยการเปิดบ้านเฉือนชนะ บาเลนเซีย
3-2 ทำให้ “ราชันชุดขาว” ยังคงมีความหวังต่อไปในการที่จะแย่งแชมป์จาก บาร์เซโลน่า ในเกมสุดท้าย

ขณะที่ บาร์เซโลน่า ยังคงไม่ยอดพลาดเสียตำแหน่งจ่าฝูงง่าย ๆ ระเบิดฟอร์มเปิดบ้านไล่ถล่ม เอสปันญ่อล 5-0 ทำให้ทุกอย่างอยู่ในมือของพวกเขาแล้ว อยู่ที่ว่า “บาร์ซ่า” จะพลาดทำแชมป์หลุดมือในเกมนัดสุดท้ายหรือไม่ ?

แต่โอกาสที่ เรอัล มาดริด จะปาดหน้าคว้าแชมป์ไปได้ก็ยังพอมีหวังคือเกมนัดสุดท้ายจะแข่งขันในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ พวกเขาต้องบุกไปชนะ ลา กอรุนญ่า และลุ้นให้ บาร์เซโลน่า บุกไปเสมอหรือแพ้ต่อ กรานาด้า

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ – ผมภูมิใจที่เราต่อสู้กันมาได้ไกลถึงขนาดนี้ “ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ฤดูกาลนี้เราทำได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นทีมที่น่ากลัว หนึ่งเกมเท่านั้นที่ทำให้เราหลุดจาก บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด แต่ผมก็ยังมีความสุขเพราะเป็นอีกครั้งที่เรายังมีลุ้นจนถึง 10 สัปดาห์สุดท้าย ผมเจ็บปวดที่เราต้องหมดลุ้น แต่ผมก็ยังมีความสุขที่เราได้ต่อสู้มาไกลถึงขนาดนี้ ผมภูมิใจในสิ่งที่เราทำ”

ซีเนอดีน ซีดาน – สำหรับฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ “ผมยังมองในแง่บวก และรู้ดีว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับฟุตบอลเราจะทำทุกอย่างที่ทำได้จนกว่ามันจะจบลงและมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น อันดับแรกเราต้องชนะในเกมของเรามันอาจไม่ง่ายแต่ผมเชื่อว่าเราทำได้ ถึงแม้ กรานาด้า (คู่แข่ง บาร์ซ่านัดสุดท้าย) จะอยู่ในโซนปลอดภัยแล้ว แต่พวกเขาจะเล่นเต็มที่ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านของตัวเอง”

หลุยส์ เอ็นริเก้ – เรอัล มาดริด กดดันกว่า บาร์เซโลน่า “เราจะต้องไปจบงานของเรากันที่ กรานาด้าและเราก็จะคว้าแชมป์เพราะพวกเราคือจ่าฝูงมันจะต้องเป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด และกดดัน แต่เรอัล มาดริด จะมีมากกว่าเราและเราพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ ผมเชื่อว่า สิ่งดี ๆ กำลังจะเข้ามาแล้ว”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ตามคาด! แบโผแข้งเข้าชิงผู้เล่นยอดเยี่ยม มีแข้งดังจาก ลา ลีกา ติดด้วย

คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่ แข้งดังจาก ลา ลีกา ร่วมด้วยนอกลีกอีก จานลุยจิ บุฟฟ่อน ติดโผเป็น 3 ผู้เล่นที่ได้ลุ้นชิงแข้งเจ๋งแห่งปีของยุโรป

ลา ลีกา คือศึกฟุตบอลของลีกสูงสุดของประเทศสเปนและเป็นลีกที่แฟนบอลให้การติดตามมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และในเมื่อไม่นานมานี้ทาง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้จัดอันดับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี และได้เปิดรายชื่อที่เข้าชิงเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นมีแข้งจากลีกกระทิงดุติดมาด้วยตั้ง 2 ราย

ลา ลีกา

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศรายชื่อ 3 นักเตะที่มีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปยุโรป ประจำฤดูกาล 2016/17 ออกมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมถล่มประตู เรอัล มาดริด, ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ บาร์เซโลน่า และ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมหนึบยูเวนตุส

โรนัลโด้ ช่วย “ราชันชุดขาว” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันและเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ด้วยจำนวน 12 ประตู ขณะที่ บุฟฟ่อน นำ “ม้าลาย” ซิวแชมป์ เซเรีย อา เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน, แชมป์ โคปปา อิตาเลีย 3 สมัยติด และทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน เมสซี่ นำ “เจ้าบุญทุ่ม” คว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ และจบในฐานะดาวซัลโวของลีก ด้วยผลงาน 37 ประตู ไม่นานนี้ โรนัลโด้ ถูกลงโทษแบนเป็นเวลา 5 เกมด้วยกันหลังจากที่ไปแสดงพฤติกรรมผลักผู้ตัดสินในเกม สแปนิช ซูปเปอร์คัพ นัดแรกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยในเกมนี้ เรอัล มาดริด สามารถบุกไปเอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ถึงถิ่น 3-1 ซึ่งแนวรุกทีมชาติโปรตุเกส ถูกเปลื่ยนลงสนามในฐานะตัวสำรองและทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนที่เขาจะมาถูกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

สำหรับการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะ จะมีขึ้นในพิธีจับสลาก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2017-18 ที่ราชรัฐโมนาโก วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคมนี้

ด้วยเหตุผลด้านผู้สนับสนุนเป็นระบบการแข่งขันลีกฟุตบอลอาชีพลีกสูงสุดในประเทศสเปน ได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรปใกล้เคียงกับเซเรียอาของประเทศอิตาลี และพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

ลา ลีกา จะเริ่มแข่งขันในเดือนสิงหาคมไปถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไปทีมชนะเลิศในแต่ละปีจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วยซูเปร์โกปาเดเอสปาญากับทีมที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์ ทีมที่อันดับดีที่สุด 4 ทีมจะได้รับสิทธิ์แข่งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะมีสิทธิเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีก

มีสโมสรฟุตบอลเพียง 9 แห่งที่เคยคว้าแชมป์ลาลีกาโดยทีมที่ชนะเลิศจำนวนครั้งมากที่สุดคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด 33 ครั้ง และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 23 ครั้ง ทีมผู้ชนะล่าสุดในฤดูกาล 2016/2017คือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดบิ๊กทรี หมายถึง ทีมขนาดใหญ่ทั้งหมด 3 ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ประกอบไปด้วยบาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด และอัตเลตีโกมาดริด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แอบส่อง! 5 ดาวรุ่งพร้อมแจ้งเกิดในลา ลีกา ซีซั่น 2017/18

เปิดฉากฟาดแข้งกันไปแล้วสำหรับศึกลา ลีกา สเปน 2017/18 ดังนั้นก่อนที่จะไปลุ้นเชียร์ทีมรักวันนี้เราจะขอฝาก 5 ดาวรุ่งที่เตรียมแจ้งเกิดช่วยต้นสังกัดสู้ศึกในซีซั่นนี้กัน

ลาลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดของ สเปน ลีกฟุตบอลที่แฟนบอลให้ความนิยมกันอย่างมากในแดนกระทิงดุ และนี่คือดาวรุ่งที่น่าจับตามองในตอนนี้ จะมีใครกันบ้างเราไปแอบส่องพร้อมๆ กันเลย

ลาลีกา

1. ซามูเอล อุมติตี้ (บาร์เซโลนา)

ลาลีกากองหลังวัย 22 ปี รายนี้สร้างความประทับใจในนามทีมชาติฝรั่งเศสในศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา จนทำให้ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนาตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมทัพทันทีโดยเขาถือเป็นกำลังหลักสำคัญในแดนหลังให้กับโอลิมปิก ลียงมาตลอด 2-3 ฤดูกาลหลังด้วยรูปร่างทักษะที่ดีและไปกับบอลได้อย่างยอดเยี่ยมแถมมีความเร็วอีก ซึ่งมันตอบโจทย์การเล่นบอลของทัพอาซูลกราน่าสุดๆ

แต่อย่างไรก็ตาม”บาร์เซโลน่า”ล้วนเต็มไปด้วยแข้งซูเปอร์สตาร์ประจำทีมเต็มไปหมดดังนั้นโอกาสในการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงของเขาจึงยังค่อนข้างเป็นเรื่องยากแต่ด้วยความสามารถที่มีหากได้ฝึกฝนและพัฒนามากขึ้นอีกเล็กน้อยยังไงซะกองหลังมือ 1 ของทีมคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

2. มาร์โก อเซนซิโอ (เรอัล มาดริด)

ลาลีกา“อเซนซิโอ”ทำผลงานได้ดีทีเดียวนับตั้งแต่ทะลุขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ให้กับสโมสรเรอัล มาร์ยอกาเมื่อปี 2013 และเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจกับเอสปันญอลจนทำให้ในฤดูกาลที่จะถึง “ซีเนอดีน ซีดาน” กุนซือคนเก่งของเรอัล มาดริด ตัดสินใจเก็บตัวเขาไว้กับทีมและเปิดโอกาสให้ต่อสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงในถิ่น ซานติอาโก เบอร์นาเบว ซึ่งจากผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่นและในเกมศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่พบกับเซบีญา ทำให้หลายๆคนเริ่มรู้จักและจับตามองดาวรุ่งรายนี้มากขึ้นสำหรับจุดเด่นของกองกลางรายนี้คืออยู่ที่ความสามารถในการกระชากลากเลี้อยแถมมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลและยังเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก
อีกด้วยแต่ทว่าคงไม่ใช่งานง่ายของเจ้าตัวที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริงลงเล่นให้กับราชัน
ชุดขาวมากนักเพราะในทีมยังคงเต็มไปด้วยแข้งซูเปอร์สตาร์ที่พร้อมจะโชว์ผลงานให้เข้าตากุนซือหนุ่มอย่าง “ซีเนอดีน ซีตาน” เหมือนกัน

3. อินยากี้ วิลเลี่ยมส์ (แอธเลติก บิลเบา)

ลาลีกา

ผลงาน 8 ประตูในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วของตัวรุกวัย 22 ปีรายนี้ถือว่าเป็นเครื่องการันตีความสามารถได้เป็นอย่างดีเขาไม่ใช่กองหน้าสไตล์รอจบสกอร์อย่างเดียวแต่เขายังสามารถเชื่อมเกมเปิดเกมรุกหรือพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้วยตัวเองเขาก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งฤดูกาลที่เปิดฉากขึ้นใหม่นี้จะเป็นพิสูจน์สำคัญของเจ้าตัวว่าจะเป็นของจริงหรือป่าวเนื่องจากกองหน้าตัวหลักจอมเก๋าซีซั่นก่อนอย่าง”อาริตซ์ อาดูริซ” นั้นคงไม่อาจจะระเบิดฟอร์มสุดยอดเหมือนซีซั่นที่ผ่านมาได้แล้วดังนั้นหน้าที่กองหน้าตัวหลักคนใหม่คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “อินยากี้ วิลเลี่ยมส์” นั้นเอง

4. ซามูเอล คาสติเยโฆ (บียาร์เรอัล)

ลาลีกาแม้ว่าบียาร์เรอัลเพิ่งจะดึงตัว “ซามูเอล คาสติเยโฆ” มาร่วมทัพเมื่อปีที่แล้วจากมาลาก้าแต่เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอย่างมากโดยจุดเด่นของเขานั้นอาจจะเป็นที่ชื่นชอบของกุนซือพอสมควรเพราะเขาเป็นปีกที่สามารถเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แตกต่างจากเกมรุกซึ่งในปัจจุบันมักจะหาแข้งจำพวกลักษณะนี้ค่อนข้างยากแต่อย่างไรก็ตามเขาจะต้องพยายามอย่างหนักในการพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกเพราะถ้าหากอยากจะยึดตำแหน่งตัวจริงให้ได้เขาจะต้องได้ลงเล่นให้สม่ำเสมอกว่านี้เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเขานี่แหละเป็นทีเด็ด

5. ซานติ มีนา (บาเลนเซีย)

ลาลีกา

ในฤดูกาลที่ผ่าน “ซานติ มีนา” ก็ถือว่าเป็นกำลังหลักสำคัญในการทำให้ บาเลนเซียรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ หลังจากเจ้าตัวมักชอบยิงประตูสำคัญๆ อยู่บ่อยครั้ง โดย “มีนา” มักถูกจับไปเล่นบริเวณริมเส้นเสมอเขาจะใช้ความเร็วและเทคนิคของเขาในการสร้างโอกาสทำประตูให้กับเพื่อนร่วมทีมและตัวเองดังนั้นในซีซั่นใหม่นี้อดีตแข้ง”เซลต้า บีโก้”รายนี้น่าจะพร้อมสำหรับการเป็นอาวุธหลักของบาเลนเซียอย่างเต็มตัวโดยเป็นที่คาดการณ์กันว่าเขาจะถูกจับไปเล่นในหลากหลายตำแหน่งตามแท็คติคของทีมซึ่งนั้นแสดงให้เห็นว่าปีกรายนี้มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ดวงใหม่ได้ไม่ยากแน่นอน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ลาลีกา เป็นระบบการแข่งขันลีกฟุตบอลอาชีพลีกสูงสุดในประเทศสเปน

ลาลีกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ใกล้เคียงกับเซเรียอาของประเทศอิตาลี และพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

ลาลีกา จะเริ่มแข่งขันในเดือนสิงหาคมไปถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป ทีมชนะเลิศในแต่ละปีจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วยซูเปร์โกปาเดเอสปาญากับทีมที่ชนะเลิศฟุตบอลถ้วยโกปาเดลเรย์ ทีมที่อันดับดีที่สุด 4 ทีมจะได้รับสิทธิ์แข่งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะมีสิทธิเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีก

ลาลีกา

มีสโมสรฟุตบอลเพียง 9 แห่งที่เคยคว้าแชมป์ลาลีกาโดยทีมที่ชนะเลิศจำนวนครั้งมากที่สุดคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด 33 ครั้ง และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 23 ครั้ง ทีมผู้ชนะล่าสุดในฤดูกาล 2016/2017 คือสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด

บิ๊กทรี หมายถึง ทีมขนาดใหญ่ทั้งหมด 3 ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ประกอบไปด้วยบาร์เซโลนา, เรอัลมาดริด และอัตเลตีโกมาดริด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อยู่ยากแล้ว! ศึก ลาลีกา 1 ทีมจากคาตาลัน ถูกท้าชิงด้วย 2 ทีมจากกรุงมาดริด

ลาลีกา ลีกสูงสุดของสเปน เกิดศึกการแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ โดย 1 ทีมจากคาตาลัน ถูกท้าชิงด้วย 2 ทีมจากกรุงมาดริด

ลาลีกา เวทียักษ์ใหญ่ของสเปนเริ่มไม่แน่ไม่นอนเอาเสียแล้ว เมื่อทีมที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับพวกเขาคือสองมหาอำนาจทีมลูกหนังแห่งเมืองมาดริด ที่หายใจรดต้นคอ ณ เวลานี้

ลา ลีกา

สิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาที่ คัมป์ นู เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นบาเลนเซียที่สามารถบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับ บาร์เซโลน่า ได้เป็นนัดที่สอง หลังจากพึ่งแพ้ เรอัล มาดริด ในศึกเอลกลาซิโก้มา

ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่สองของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้หากนับเฉพาะเกมส์ในบ้านและบาร์ซ่าก็ยังออกอาการเมาหมัดไม่หายหลังพึ่งโดนทีมตราหมีซัดกระเด็นตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมป์เปี้ยนลีกส์

1 คะแนนอันมีค่า
แน่นอนสถานการณ์การลุ้นแชมป์ ลาลีก้าในตอนนี้ไม่มีอะไรแน่นอนเสียแล้วเมื่อคะแนนของทั้งสามทีมห่างกันเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น โดยมี แอตเลติโก มาดริด และเรอัล มาดริด หายใจรดต้นคออยู่ตลอดเวลา

5 นัดที่เหลือของทั้งสามทีม
บาร์เซโลน่า พลพรรคอาซูลกรูน่าแทบจะมีโปรแกรมค่อนข้างที่จะเบากว่าอีกสองทีมเนื่องจากมักจะเจอกับทีมท้ายตารางทั้งสิ้น โดยเริ่มที่การออกไปเยือน เดปอร์ติโว ลาคอรุญญ่า , เปิดบ้านรับ สปอร์ติ้ง กิฆอน, เยือน เรอัล เบติส, เปิดบ้านรั เอสปัญญ่อล และปิดท้ายด้วยการออกไปเยือนกรานาด้า แอตเลติโก้ มาดริด

ออกไปเยือน แอตเลติก บิลเบา, เปิดบ้านรับ มาลาก้า ต่อด้วย ราโย บาเยกาโน่ จากนั้นก็ออกไปเยือน เลบานเต้ และกลับมาปิดท้ายฤดูกาลเตะในบิเซนเต้ กัลเดร่อน กับ เชลต้า บีโก้

เรอัล มาดริด พลพรรคราชันย์ชุดขาวเริ่มต้นด้วยการพบกับทีมที่พวกเขาแหยงมากที่สุดคือ บียาร์เรอัล(ชนะมาดริดได้เป็นทีมแรกในฤดูกาลนี้) ต่อด้วยออกไปเยือน ราโย บาเยกาโน่ ต่อด้วย เรอัล โซเซยดัดและกลับมาเล่นใน ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว กับ บาเลนเซีย ก่อนจะปิดฤดูกาลด้วยการซัดกับ เดปอร์ติโวลา คอรุญญ่า

วิเคราะห์สถานการณ์
บาร์เซโลน่า แทบจะไม่ต้องมีอะไรให้พะวงหลังอีกแล้ว เนื่องจากพวกเขาโดนทีมร่วมลีกอย่าง แอตเลติโก มาดริด เขี่ยกระเด็นตกรอบ 8 ทีมในถ้วยยุโรปเรียบร้อยแล้ว

ทำให้สามารถกลับมาเน้นในลีกได้อย่างเต็มที่ซึ่งอีกสองทีมที่คั่วแชมป์กับพวกเขายังต้องมีโปรแกรมลงเล่นรอบรองชนะเลิศ ในสิ้นเดือนเมษายนนี้ซึ่งแน่นอนว่ายังการันตีไม่ได้ว่าใครจะได้ครองบัลลังก์ราชันย์เมืองกระทิงดุในฤดูกาลนี้ แต่คงจะไม่เกินไปเลยแน่นอนหากบอกว่า แชมป์ ลาลีก้า ในฤดูกาลนี้ จะวัดกันนัดต่อนัดในอีก 5 นัดที่เหลืออย่างแน่นอน

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ลา ลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดของสเปน ลีกที่ได้รับการสนับสนุนทั่วโลก

ลา ลีกา หรือเรียกว่า ลาลีกา ซันตันเดร์ ด้วยเหตุผลด้านผู้สนับสนุน เป็นระบบการแข่งขันลีกฟุตบอลอาชีพลีกสูงสุดในประเทศสเปน

ลา ลีกา ได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรปใกล้เคียงกับเซเรียอาของประเทศอิตาลี และพรีเมียร์ลีกของอังกฤษและจะเริ่มแข่งขันในเดือนสิงหาคมไปถึงเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป

ลา ลีกา

ทีมชนะเลิศในแต่ละปีจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วยซูเปร์โกปาเดเอสปาญากับทีมที่ชนะเลิศฟุตบ
อลถ้วยโกปาเดลเรย์ ทีมที่อันดับดีที่สุด 4 ทีมจะได้รับสิทธิ์แข่งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโดยสามทีมอันดับแรกจะผ่านเข้าไปรอในรอบแบ่งกลุ่ม(ทีมชนะเลิศได้อยู่โถ 1) ในขณะที่ทีมอันดับ 4 จะต้องแข่งรอบเพลย์ออฟอีกทีหนึ่ง ส่วนอันดับ 5 จะมีสิทธิเข้าไปเล่นในยูฟ่ายูโรปาลีก

มีสโมสรฟุตบอลเพียง 9 แห่งที่เคยคว้าแชมป์ลีกโดยทีมที่ชนะเลิศจำนวนครั้งมากที่สุดคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด 33 ครั้ง และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา 23 ครั้ง ทีมผู้ชนะล่าสุดในฤดูกาล 2016/2017 คือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด บิ๊กทรี หมายถึง ทีมขนาดใหญ่ทั้งหมด 3 ทีมที่ถูกมองว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ประกอบไปด้วยบาร์เซโลนา,
เรอัลมาดริด และอัตเลตีโกมาดริด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ