ศึกในตำนาน! ย้อนรอย 5 เกม “เอล กลาซิโก้” ตัดสินแชมป์ ลา ลีกา

ไปย้อนอดีต 5 เกมประวัติศาสตร์ศึก “เอล กลาซิโก้” แห่งเวที ลา ลีกา ของคู่ปรับตลอดกาลที่อาจมีผลต่อการตัดสินแชมป์ลีกแดนกระทิงดุ

ลา ลีกา

บาร์เซโลน่า 3-1 เรอัล มาดริด (มีนาคม 1960)
ก่อนบุกเยือนคัมป์ นู “ราชันชุดขาว” มีแต้มนำบาร์ซ่าอยู่ 2 คะแนนในช่วงกลางเดือนมีนาคม เกมนี้ถูกบาร์ซ่า ขึ้นนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจากแซนเดอร์ โคซิส แต่อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ยอดนักเตะในยุคนั้นก็ตามตีเสมอในอีก 8 นาทีถัดมา
ดูเหมือนเรอัลจะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ ทว่าเจ้าบ้านสร้างความมหัศจรรย์ ยิง 2 ประตู ในช่วงเวลา 2 นาที จากผลงานของ อูโลจิโอ้ มาร์ติเนซ และราม่อน บียาเบอร์เด้ และจบฤดูกาลนั้น “เจ้าบุญทุ่ม” เป็นฝ่ายที่ได้ชูโทรฟี่ลีกสูงสุดแถมเป็นการป้องกันแชมป์อีกต่างหาก ด้วยการมีแต้มมากกว่าคู่ปรับ 2 คะแนน

เรอัล มาดริด 0-1 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 1994)
ในฤดูกาล 1993-94 เรอัล ลงเล่นเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลพบกับผู้มาเยือนจากคาตาลัน และถึงแม้ทีมชุดขาวจะไม่มีลุ้นแชมป์ลีกแต่หวังจะใช้นัดนี้ ขัดขวางไม่ให้ทีมคู่ปรับตลอดชาติก้าวไปคว้าแชมป์ เจ้าบ้านพยายามสุดชีวิตแล้ว แต่แฟนๆ มาดรินิสต้า ก็ต้องเงียบกริบเมื่อ กิลแลร์โม อามอร์ ยิงประตูชัยแล้วเจ้าตัวถึงขั้นลงไปนอนสะใจหลังทำประตูได้ บาร์ซ่าเก็บ 3 แต้ม สำเร็จ ยังได้ลุ้นแชมป์กับเดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ในนัดสุดท้ายซึ่งในเกมปิดซีซั่น “เจ้าบุญทุ่ม” ยิง 4 ลูกรวด แซงชนะเซบีญ่า 5-2 ขณะที่ลา คอรุนญ่า ได้แค่เจ๊าบาเลนเซีย 0-0 ทำให้บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ลีก 4 ปีซ้อน ด้วยกฏเฮด-ทู- เฮด ที่เหนือกว่า “ซูเปอร์เดปอร์”

เรอัล มาดริด 2-6 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 2009)
ทั้งคู่พบกันในนัดที่ 34 ของฤดูกาล 2008-09 บาร์ซ่า มีคะแนนนำอยู่ 4 แต้มก่อนลงเตะ “เอล กลาซิโก้” ซึ่งเรอัล ต้องพยายามเอาชนะให้ได้เพื่อให้การลุ้นแชมป์สนุกมากยิ่งขึ้นทว่าเกมนี้ ไม่ใช่วันของสาวกมาดรินิสต้าอย่างแท้จริงนักเตะบาร์ซ่าชุดนั้น มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีมเป็นซีซั่นแรก แข็งแกร่งสุดๆ บุกมายิงเจ้าของบ้านไส้แตกถึงครึ่งโหล ทำให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ฉีกหนีเป็น 7 คะแนน และเหลือโปรแกรมอีก 4 นัด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ทีมของกวาร์ดิโอล่า เก็บได้แค่ 2 แต้ม จาก 4 นัด แต่เรอัล มาดริด ห่วยยิ่งกว่า แพ้มันทั้งหมด ส่งผลให้บาร์เซโลน่าทวงแชมป์คืนจากเรอัล มาดริด ได้สำเร็จ แถมคว้า “เทรบเบิล” เป็นสโมสรแรกของประเทศอีกด้วย

เรอัล มาดริด 0-2 บาร์เซโลน่า (เมษายน 2010)
หลังต้องทนเห็นคู่อริ เถลิง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด จ่ายเงิน 200 ล้านยูโร ดึงนักเตะซุป’ ตาร์อย่างคริสติอาโน่ โรนัลโด้, ริคาร์โด้ กาก้า, คาริม เบนเซม่า และซาบี อลอนโซ่ มาร่วมทีมเกมกลาซิโก้ ยกสอง ในซีซั่น 2009-10 “ราชันชุดขาว” พยายามยิงประตู “เจ้าบุญทุ่ม” หลายครั้ง แต่เจาะอย่างไรก็ไม่เข้าเลยโดนลิโอเนล เมสซี่ และเปโดร โรดริเกซ ยิงคนละลูก แพ้คาบ้านอีกครั้งจากความพ่ายแพ้ในนัดสำคัญนี่แหละ ทำให้บาร์เซโลน่าพลิกกลับมามีคะแนนมากกว่าเรอัล มาดริด 3 แต้มและสามารถรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้จนปิดซีซั่น ป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง

บาร์เซโลน่า 1-2 เรอัล มาดริด (เมษายน 2012)
หลังจากปล่อยให้คู่ปรับไม่เผาผี ครองแชมป์ลา ลีกา มา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน คราวนี้เป็นทีของเรอัล มาดริด เอาคืนบ้าง ในยุคของโจเซ่มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมาดกวนก่อนหน้านี้ โค้ช 3 คนของ “ราชันชุดขาว” ไม่สามารถพาทีมเอาชนะ “เจ้าบุญทุ่ม” ยุคของเป๊ปได้เลย จนกระทั่งการมาของกุนซือชาวโปรตุกีสก็สามารถหยุดสถิติเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ ในเดือนเมษายน และนำห่าง 4 แต้มกับอีก 4 นัดที่เหลือ สุดท้ายไม่มีอะไรพลิกผัน เรอัล มาดริดทวงแชมป์ลาลีกากลับคืนมาได้สำเร็จ ยิงกระจายถึง 121 ประตูและเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ลาลีกา ที่เก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ